gamma-o

แกมมาโอ
GammaO

Gamma O เป็นน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งเพาะปลูกด้วยระบบออร์แกนิค ซึ่งเป็นน้ำมันที่ได้จากรำข้าวและจมูกข้าวที่เกิดจากกระบวนการสีข้าวครั้งแรก และได้นำเอาสาระสำคัญที่มีประโยชน์นานาชนิดที่มีอยู่ในรำข้าว (Rice bran) หรือส่วนของเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าว (Rice Germ) จึงยังคงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติที่ให้คุณประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์
1. เป็นแหล่งที่ครบถ้วนด้วยสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ วิตามิน กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และกรดไขมัน ที่จำเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ สารช่วยลดคอเลสเตอรอล มีโปรตีนสูง อันจะช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ ระบบเลือด ระบบประสาทและฟัน
2. บรรจุอยู่ในแคปซูลชนิดพิเศษ ที่ง่ายต่อการรับประทาน และช่วยป้องกันการสูญเสียคุณภาพของนํ้ามัน โดยมีแกมมาออริซานอลสูง เนื่องจากใช้กระบวนการที่ไม่ผ่านความร้อน (บีบเย็น)
3. ให้คุณประโยชน์มากที่สุดจากรำข้าวและจมูกข้าว จากกระบวนการสีข้าวครั้งแรก

1. แกมม่า – ออริซานอล

ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำหน้าที่เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ให้แก่ร่างกายซึ่งไขมันชนิดนี้จะไปช่วยขจัดคอเลสเตอรอล (LDL) รวมทั้งไตรกลีเซอไรด์จากหลอดเลือดและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ และโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน โรคสมองเสื่อม โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชาตามประสาทส่วนปลายรวมทั้งโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่หลอดเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่ทั่วถึง ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่หลอดเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่ทั่วถึง จึงเป็นเหตุให้เกิดโรคดังกล่าว สารอาหารต่าง ๆ ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ช่วยขจัดไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดสะอาดปลอดโปร่งอยู่เสมอเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ทั่วร่างกาย โรคร้ายดังกล่าวข้างต้นก็ไม่เกิดขึ้น

2. วิตามินบี – Complex

ช่วยให้กลไกภายในร่างกายย่อยคาร์โบไฮเดรตได้ดีขึ้น เมื่อร่างกายต้องการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน ร่างกายต้องการวิตามินบีหลายตัว ดังนั้นการกินข้าวกล้อง รำข้าว จมูกข้าว จะทำให้มีการเผาผลาญพลังงานได้หมดกว่า ไม่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาระดับการหายใจของเซลล์ ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันเลือด
– ช่วยในการดูดซึมโปรตีน ไขมัน และน้ำตาล
– ช่วยพัฒนาระบบการทำงานของสมอง ระบบประสาท และช่วยผ่อนคลายความเครียด
– ช่วยในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ
– ช่วยรักษาสมดุลของโซเดียมและฟอสฟอรัสในร่างกาย รวมทั้งมีส่วนในการสร้างกรดอะมิโนแอซิด ช่วยรักษาโรคเหน็บชา

gamma-o-7

3. โอเมก้า 3 หรือ ไลโนเลนิก (Linolenic acid)

เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหลายตำแหน่ง มีอยู่มากในปลาน้ำเย็น เช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราท์ ปลาทู และปลาทูน่า ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นกรดไขมันที่ทำงานได้คือ Eicosapentaenoic Acid (EPA) และ Docosahexaenoic Adid (DHA) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการทำงานหลัก ๆ ของร่างกายหลายต่อหลายอย่าง ตั้งแต่กรักษาระดับความดันโลหิต และป้องกันเส้นเลือดอุดตัน จนถึงการลดการอักเสบและช่วยเพิ่มระบบภูมิต้านทานโรคของไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ไม่ได้มาจากแหล่งอาหารทะเลเท่านั้น แต่ยังพบในพืชบางชนิดเช่นเมล็ดแฟล็กช์ วอลนัท เมล็ดงา ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม ในรูปของอัลฟา-ไลโนเลนิก (Alpha-linolenic acid) เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายจะสามารถเปลี่ยนกรดชนิดนี้เป็นกรด EPA และ DHA ได้ แต่การสร้างนี้เปิดขึ้นช้า ๆ และเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่ขาดเอนไซม์ในขบวนการเผาผลาญสารอาหารกรดไขมันเหล่านี้ และกรดอัลฟา-ไลโนเลนิก ถูกเรียกว่า กรดไขมันโอเมก้า3 ตามโครงสร้างโมเลกุล กรด EPA และ DHA

4. วิตามินอี ธรรมชาติในรูปของโทโคฟี รอล (Tocopherol) และโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol)

ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างไม่มีที่มาที่ไปในศตวรรษที่ผ่านมาและศตวรรษนี้คือโรคมะเร็ง แต่น่ายินดีที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าหากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าวเข้มข้นถึง 5% ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้วก็ช่วยได้ถึง 62% เนื่องจากในน้ำมันรำข้าว และจมูกข้าวมีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ว่ากันว่าสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าวมีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบในเวลานี้

gamma-o-5

5. บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส และชะลอความแก่

น้ำมันจมูกข้าวมีวิตามินอีจำนวนมาก รวมทั้งวิตามินบี คอมเพล็กซ์ โอเมก้า 6 และเซลาไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า สารอาหารดังกล่าวมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่ง ผ่องใส มีน้ำมีนวลอยู่เสมอ ทำให้แก่ช้า หรือชะลอความแก่ที่มีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป

6. ควบคุมความสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย

ร่างกายคนเราจะผลิตฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ ออกมาเสมอ เพื่อให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างปกติ หากร่างกายขาดฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่งก็จะเกิดโรคร้ายขึ้น เช่น ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนอินซูลิน ก็จะเป็นผลให้เกิดโรคเบาหวาน หรือความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรี ก็จะเกิดอาการวัยทองและระบบประจำเดือน เป็นต้น จากการศึกษาวิจัยพบว่าสารอาหารหลายชนิดในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนได้อย่างสม่ำเสมอและเกิดความสมดุล จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป

7. วิตามินเอ

ช่วยบำรุงดวงตา สายตาให้แจ่มใสใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ หากขาดการบำรุงก็จะทำให้ดวงตาเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น น้ำเลี้ยงตาแห้ง ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา หรือเป็นต้อชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สารอาหารที่อยู่ในน้ำมันรำข้าว และจมูกข้าว เช่น วิตามินเอ วิตามินบี คอมเพล็กซ์ เบต้าแคโรทีน ล้วนมีส่วนช่วยให้ดวงตาแจ่มใสและใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

gamma-o-8

8. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

ในน้ำมันจมูกข้าวมีสารอาหารต่าง ๆ มากมายทั้งโปรตีน (จากพืช) ไขมันชนิดดีที่ร่างกายต้องการ (HDL) วิตามินต่าง ๆ ทั้งวิตามินเอ บีรวม อี อี เอ แร่ธาตุสำคัญ ๆ ที่ร่างกายต้องการ ก็มีอยู่ในน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เซเลเนียม โครเมียม สังกะสี แมงกานีส นอกจากนั้นยังมีเลซิติน ไลโซเลซิติน เซฟฟาลีน เบต้รแคโรทีน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงล้วนทำให้สุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ร่างกายมีภูมิต้นทานที่ดีไม่เจ็บไม่ป่วย แม้ผู้ที่มีการการป่วยแล้วหากได้รับสารอาหารดังกล่าวอย่างเพียงพอและสมดุลก็จะหายป่วยได้ ล่าสุดนายแพทย์บาร์รี่แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยผู้ป่วยเอดส์โดยให้ทานเซเลเนียมเป็นประจำปรากฏว่าได้ผลดีทำให้ภูมิคุ้มกัน (CD4) เพิ่มมากขึ้น ขณะทีเชื้อ HIV ลดลง ดังนั้นผู้ที่ร่างกายปกติ ควรรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป ส่วนผู้ที่ป่วยแล้วก็ควรรับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ซึ่งจะทำให้หายป่วยอย่างรวดเร็ว

9. เมลาโทนิน (Melatonin)

ช่วยให้หลับสนิท จิตใจเบิกบาน ยอมรับกันแล้วว่าการพักผ่อนด้วยการนอนหลับคือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด สารอาหารเมลาโทนินในน้ำมันรำข้าว และจมูกข้าวจะทำให้นอนหลับสนิท หลับลึก ทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอเมื่อตื่นก็สดชื่นเบิกบาน จิตใจก็แจ่มใสไม่เครียด ทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีความสุข

gamma-o-10

ขนาดรับประทาน-เหมาะสำหรับ
ขนาดรับประทาน : รับประทาน วันละ 1-2 เม็ด หลังอาหาร
เหมาะสำหรับ : ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัยเด็กที่ใช้สำหรับบำรุงสมอง วัยหนุ่มสาวที่ต้องการให้ผิวพรรณผ่องใส บำรุงสุขภาพ สำหรับวัยทอง จนถึงวัยชรา โดยใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ราคาขายปลีก
850 บาท
เลขที่ อย. 10-1-10548-1-0013
ดาวน์โหลด PDF