x-10-best-seller

เอ็กซ์ เทน
X-10

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอล-อาร์จีนีน ผสมเบต้า-กลูแคน โคเอ็นไซม์คิวเทน สารสกัดจากโกจิ เบอร์รี่ สารสกัดจากองุ่น และสารสกัดจากผลฟักข้าว

1. แอล-อาร์จินีน 2000 มก. (2กรัม) L-arginine เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง

การบริโภคในสภาวะโปรตีนจะได้แอล-อาร์จินีนในปริมาณจำกัด

1.1 เสริมสุขภาพหัวใจ ลดการเสี่ยงสภาวะหัวใจล้มเหลว โดยสร้างสารไนตริกออกไซด์ ที่ทำให้ผนังเส้นเลือดมีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ ช่วยเสริมการสร้างไนตริกออกไซด์ ทดแทนส่วนที่พร่องไป เมื่อบุคคลมีวัยสูงขึ้น

1.2 เสริมสมรรถภาพเชื้ออสุจิในเพศชาย ทำให้มีการสร้างอสุจิได้มากขึ้น และตัวอสุจิมีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย ลดปัญหาการตั้งครรภ์ยากที่มีเหตุมาจากเพศชาย และช่วยการทำงานของอวัยวะเพศชาย เพราะเลือดสามารถสูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะได้ดีในการใช้งานจึงแก้ไขอาการเสื่อมสมรรถภาพเพศชายด้วย

1.3 กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยระบบการจัดการพลังงานในผู้ป่วยเบาหวาน

1.4 ช่วยขจัดสารไนโตรเจนที่ตกค้างในร่างกายใรรูปของแอมโมเนีย

2. เบต้ากลูแคน (1-3 beta-glucan) 100 มก.

คือสารประกอบประเภท น้ำตาลกลูโคสที่ต่อกันเป็นโมเลกุลใหญ่ด้วยพันธะเบต้า (1-3,1-6) ซึ่งได้จากการเพาะเลี้ยงตามธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นที่ยอมรับแพร่หลายทั่วโลก

2.1 ป้องกันและดูแลผู้ป่วยมะเร็ง มีคุณสมบัติในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยไม่กระตุ้นการหลั่งสารไซโตไคน์ เบต้ากลูแคนกระตุ้นเซลล์ต้นแบบ (Stem cell) ในไขกระดูก ทำให้สามารถสร้างเป็นเซลล์มาโครฟาจ(เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง) ให้กินเซลล์แปลกปลอมและกระตุ้นการทำงานของเซลล์นักฆ่า (Natural Killer Cell) นิวโตฟิลล์และลิมโฟไซด์ ซึ่งมีหน้าที่ในการกำจัดเซลล์มะเร็ง

2.2 ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน เบตากลูเคนมีฤทธิ์ในการควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดนำไปสู่ความดันเลือดต่ำลง เสริมสร้างการสมานตัวของแผล เมื่อบริโภคอย่างต่ำ 0.075 มก./วัน เป็นเวลาติดต่อกันมีผลช่วยลดปริมาณไขมัน LDL ไตรกรีเซอรไรด์และคลอเลสเตอรอลในเลือด เพิ่ม HDL และคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจในระยะยาว

2.3 ลดผลค้างเคียงของการรับยาฆ่ามะเร็ง หรือการฉายรังสี เซลล์มะเร็งที่ได้รับเบต้ากลูแคน จะสามารถเก็บยาไว้ในเซลล์ได้มาก เพราะอัตราการขับยาออกจะลดลง ทำให้ยาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและการรับประทานเบต้ากลูแคนจะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น จะช่วยลดอาการแทรกซ้อนจากการฉายรังสี และยังเสริมภูมิต้านทานแก่ร่างกายอีกด้วย

3. โคเอ็นไซม์ คิวเทน 29 มก.

โคเอ็นไซม์ คิวเทน เป็นส่วนประกอบใน ไมโตรคอนเดรีย มีหน้าที่ในการผลิตพลังงาน ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง แต่เมื่ออายุสูงขึ้นหรือมีภาวะขาดสารอาหาร เหตุทางพันธุกรรม หรือความต้องการของเนื้อเยื่อมากขึ้นก็อาจขาดสารนี้ได้ หัวใจเป็นอวัยวะที่ทนต่อการขาด โคเอ็นไซม์ คิวเทนได้ยาก คนเป็นโรคหัวใจร้อยละ 50-70 จะขาดโคเอ็นไซม์ คิวเท็นผู้ป่วยโรคหัวใจอื่นๆ เช่น โรคเจ็บหน้าอก ความดันเลือดสูง ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท และโรคหัวใจล้มเหลว มีความจำเป็นต้องใช้โคเอ็นไซม์ คิวเทนในปริมาณที่สูงขึ้น นอกจากนี้โคเอ็นไซม์ คิวเทนเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้เซลล์ เพื่อใช้ในการเผาผลาญพลังงาน เป็นสารจำเป็นในการขนส่งและสลายไขมันเป็นพลังงาน คนอ้วนที่บริโภค โคเอ็นไซม์ คิวเทน เป็นเวลานานจะลดน้ำหนักได้มากกว่า คนที่ไม่ได้บริโภค เมื่อใช้ร่วมกับการจำกัดแคลอรี่อาหาร

x-10-5

4. Gogi Berry Extract 5 มก.

โกจิเบอร์รี่ คนไทยรู้จักกันในนามผลเก๋ากี้ สารออกฤทธิ์เชิงสุขภาพคือน้ำตาลโมเลกุลใหญ่(Polysaccharide)

(1) ลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ที่เกิดจากการหักโหม การออกกำลังกาย จากการรับแสง UV จึงมีคุณสมบัติชะลอความแก่ เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามิน ซีเกิน 30 วัน

(2) มีคุณสมบัติปกป้องตับจากภาวะไขมันสะสมที่ตับ อันเกิดจากความเสียหายจากการดื่มสุรา

(3) มีวิตามินซีที่มากกว่าส้ม ในปริมาณน้ำหนักที่เท่ากัน มีเบต้าแคโรทีน มีสารซีอาแซนทิน ชะลอความเสื่อมของสายตา ป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตา และชะลอการเกิดต้อหิน

(4) ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านมะเร็ง กระตุ้นการสร้างแอนติบอดี้ เสริมการทำงานของเซลล์ มาโครฟาจ กระตุ้นให้เซลล์ที่เสียหาย ฝ่อตายต้านมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก

(5) ลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ ลดการฝ่อตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ และป้องกันการ เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

(6) มีคุณสมบัติถนอมระบบประสาท ปกป้องเซลล์ประสาท และเส้นใยประสาทจากความ เสียหาย ความจำระยะสั้นจะดีขึ้น และเพิ่มสมาธิในการทำงาน นอนหลับได้ดี ถ้าบริโภค ติดต่อกันในระยะยาว

x-10-6

5.สารสกัดองุ่น

สารสกัดองุ่นทั้งเปลือกและเมล็ดอุดมด้วยสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างสุขภาพ และการต้านทานโรค

(1) สารกลุ่มโปรแอนโทรไซยาไนดิน เป็นสารตั้งต้นของสารแอนโทรไซยานิน (ที่พบในไวน์แดงด้วย) มีความสามารถในการต้านอ๊อกซิเดชั่น มีการใช้สารกลุ่มนี้ในการใช้ยารักษาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดดำ และเส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติ ได้แก่ เส้นเลือดดำขอด เส้นเลือดฝอยเปราะ และเบาหวานขึ้นตาให้ผลในการรักษาดีกว่าวิตามินซี และอี 20-50 เท่า ใช้ในการดูแลป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดสมองตีบ และยังมีฤทธิ์ลดความเสียหายในหลอดเลือดหัวใจ ลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดและลดปริมาณคอเลสเตอรอลสะสมในเส้นเลือดแดงใหญ่ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติยับยั้งการเกาะกันของเกร็ดเลือดและยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือด เห็นผลที่ 50 มก./วัน เมื่อบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน

(2) สารสกัดองุ่นมีสารกลุ่มสติลบีน เรสเวอราทรอล (resveratrol) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ป้องกันโรคหัวใจ ในไวน์แดงมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างสารไนตริกอ๊อกไซด์ มีผลให้ผนังหลอดเลือดอ่อนนิ่มและ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก สร้างเซลล์เม็ดเลือดหลายแบบ และในปริมาณสูง มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง อาทิ มะเร็งลำไส้ มะเร็งผิวหนัง

(3) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ลดอาการของผู้ป่วยรูมาตอยด์ ไขข้ออักเสบ และช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวาน ภูมิแพ้ และหลอดเลือดแข็ง มีอาการทั่วไปของโรคลดลง เนื่องจากลดอาการอักเสบต่อเนื่องของร่างกายทั้งระบบ

x-10-4

6. สารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว

เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวมีสีแดง อุดมด้วยเบต้าคาโรตีน (มากกว่าแครอท 10 เท่า) ไลโคพีน (มากกว่ามะเขือเทศ 12- 70 เท่า ในรูปของไลโคพีน – ไลปิด) ดูดซึมได้ดีกว่าไลโคพีนอิสระ 40 เท่า และมีสาร ซีอาแซนทิน มากกว่าเมล็ดข้าวโพด ไลโคพีนมีคุณสมบัติคือ

(1) ลดความเสี่ยงการเกิดอาการ ต่อมลูกหมากโต และมะเร็งต่อมลูกหมาก

(2) หยุดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งระบบทางเดินอาหารได้แก่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ และลดขนาดมะเร็งในบางกรณี โดยการทำให้ เซลล์มะเร็งแตกตาย

(3) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบ

(4) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับ

(5) ชะลอวัย สารไลโคพีนสะสมในชั้นใต้ผิวหนัง ป้องกันอันตรายจากแสงอัลตร้าไวโอเลต ก่อนอนุมูลอิสระดังกล่าว จะทำความเสียหายให้กับผนังเซลล์ และสารพันธุกรรม การบริโภคสารสกัดจากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวที่ 300 มก./วัน ติดต่อกันจะฟื้นฟูสภาพผิวหน้าให้อ่อนวัยในเวลา 3 เดือน

7. วิตามินซี (ASCORBIC ACID)

วิตามินซี มีประโยชน์มากมายหลายอย่าง ช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็น และคอลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณวิตามินซีในร่างกาย และวิตามินซียังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี หากเราเป็นหวัด วิตามินซี จะช่วยบรรเทาความรุนแรงในระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด ให้หายได้เร็วขึ้น 21 % แต่ไม่สามารถป้องกันโรคหวัดได้ วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซี ช่วยซ่อมแซม และไปเสริมสร้างผนังเซลล์ทำให้เส้นเลือดต่อฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ จะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดยวิตามินซีจะไปช่วยรักษาเซลล์ที่ถูกทำลาย และช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็วเพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

กรดโฟลิค (FOLIC ACID)

เป็นสารอาหารในกลุ่มวิตามินบี มีหน้าที่ในการสังเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA) ควบคุมการสร้างกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด ของโปรตีนที่จำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์ และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการสร้าง และการก่อตัวของเม็ดเลือด หากขาดกรดโฟลิค ก็อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ที่มีขนาดเม็ดเลือดแดงใหญ่กว่าปกติ

ขนาดรับประทาน :
ชงในน้ำธรรมดา-เย็น 120 มล. 1-2ซอง/วัน
ราคาขายปลีก
2400 บาท
เลขที่ อย. 10-1-10548-1-0024
ดาวน์โหลด PDF